วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 8

สอบปลายภาค
ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ มี 10 ข้อ


1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ กฎหมาย เข้ามามีบทบาทในการควบคุมควมาประพฤติและการกระทำความผิดต่างๆให้น้อยลงและคนที่กระทำความผิด หรือ กระทำในสิ่งที่กฏหมายหรือสังคมเชื่อว่าสิ่งนั่้น มีความผิด จึงสมควรได้รับโทษตามกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ และถ้า หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายก็จะทำให้สังคมนั้นเกิดความวุ่นวายและเกิดความขัดเเย้ง ต่างๆทำให้การดำเนินชีวิตจะหาความสุขไม่ได้

2. ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้ สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ กฎหมาย เข้ามามีบทบาทในการควบคุมควมาประพฤติและการกระทำความผิดต่างๆให้น้อยลงและคนที่กระทำความผิด หรือ กระทำในสิ่งที่กฏหมายหรือสังคมเชื่อว่าสิ่งนั่้น มีความผิด จึงสมควรได้รับโทษตามกฎหมายที่กำหนดเอาไว้ และถ้า หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายก็จะทำให้สังคมนั้นเกิดความวุ่นวายและเกิดความขัดเเย้ง ต่างๆทำให้การดำเนินชีวิตจะหาความสุขไม่ได้

3. พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษามีกระบวนการอย่างเป็นระบบ และมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาที่ชัดเจน คือการพัฒนาคุณภาพ
มนุษย์ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม ค่านิยม ความคิด การประพฤติปฏิบัติโดยคาดหวังว่า คนที่มีคุณภาพนี้จะทำให้สังคมมีความมั่นคง สงบสุข เจริญก้าวหน้าทันโลกทันเหตุการณ์และ แข่งขันกับสังคมอื่นในเวทีระหว่างประเทศได้ คนในสังคมมีความสุข มีความสามารถประกอบอาชีพการงานอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขมีความเท่าเทียมกันโดยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้   การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
        1.ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม
        2.ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
        3.ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
        4.ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
        5.ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
4. ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุอย่างไร วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ มีสาเหตุมาจาก ความขัดเเย้งทางการเมืองและความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของผู้มีอิทพล ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายต่อสังคมไทยมาก ซึ่งการที่รัฐบาล และทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหานี้ ถือได้ว่าเป็นผลดีต่อประชาชนเพราะได้ เข้ามาควบคุม ดูแล และให้ความช่วยเหลือทำให้ปัญหาทุกๆอย่าง คลี่คลายและสงบลงในที่สุด ซึ่งส่งผลให้ประเทศมีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษามากขึ้น หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ เห็นด้วย  เพราะว่า การยุบ เขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา แล้วให้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดในยุคนี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และรู้จักบทบาทสำคัญของตนเอง ย่อมจะช่วยบูรณาการงานด้านการศึกษาทุกส่วนในจังหวัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้นโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น

6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้ ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ก็คือ ได้ไปเป็นแนวทางในการปฎิบัติตนในขณะอยู่ในสถานศึกษา  และควรวางตัวแบบใดให้เหมาะสมในฐานะนักศึกษาทดลองสอน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีนักเรียนมาแอบชอบหรือหลงรักเราในฐานะที่เป็นนักศึกษาฝึกสอนจะต้องรู้จักวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม

7. คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียกว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร (ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ   การประกันคุณภาพ หมายถึง การกระทำที่มีการวางแผน ไว้ล่วงหน้าและเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมี เพื่อให้ความมั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์หรือบริการจะสามารถตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพได้ตามที่ได้ตกลงกัน การประกันคุณภาพเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับแต่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพเท่านั้น
          หลักการในการประกัน  มีดังนี้
            1.สร้างความมั่นใจและความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
            2.การป้องกันปัญหา ต้องมีการวางแผนและการเตรียมการ
            3.ตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
            4.การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
            5.การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
            6.การสร้างความรู้ ทักษะ และความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
            7.การประสานสัมพันธ์ในองค์กรและบุคลากรในพื้นที่
            8.การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร

8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ    การจัดการเรียนการสอน สามารถนำกฎหมายมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการคุ้มครองเด็ก เช่น ลงโทษเด็กจนเกินเหตุ 
          ชุมชน สามารถนำกฎหมายไปใช้ในเรื่องของการรับสมัครนักเรียนเข้าสถานศึกษา โดยไปประสานกับผู้ปกครองให้รับทราบถึงกฎ ข้อระเบียบ เกณฑ์ ในการเข้ารับการศึกษาต่างๆ โดยทำความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง
          การดูแลนักเรียน สามารถนำกฎหมายไปใช้ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของเด็กนักเรียน โดยจะให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ในการศึกษาเรียนรู้ และมีความเท่าเทียมกันทุกคน



9. วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างโปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ   วิชากฎหมายและการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นวิชาที่มีความสำคัญมาก เพราะเราได้ทราบถึงรายละเอียด ข้อห้าม หรือกฎบังคับ เกี่ยวกับ การศึกษา ซึ่งสามารถนำไปเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในขณะอยู่ในสถานศึกษาไม่ให้เราประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้ามหรือผิดระเบียบทำให้นักศึกษาตระหนักและต้องยึดหลักในการปฏิบัติและจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง

10. การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบบล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา. 
ตอบ   
มีประโยชน์มากเพราะการสอนแบบนี้จะช่วยให้นักศึกษาสามารถศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเต็มศักยภาพและมีความสุขสำหรับในการเรียนรู้นอกจากนี้ยังสามารถมาอ่านเนื้อหาย้อนหลังได้ ช่วยฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยี  และการสอนแบบนี้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นว่าต้องทำในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว ดั้งนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าการสอนแบบใช้เทคโนโลยีเวบบล็อกเหมาะสมมากสำหรับนักเรียนนักศึกษาในยุคปัจจุบัน

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 7

แบบฝึกหัด
1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ สภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันมีดังนี้
        ปัญหาประชากร
        สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาประชากรของประเทศไทย คือ การเพิ่มขึ้นของประชากร อย่างรวดเร็ว และการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจและ เทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นผลให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายมากขึ้น ตัวเมืองอุตสาหกรรมขยายเพิ่มขึ้น ผู้คนต้องเร่งรีบและมีการแข่งขันกัน แต่เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการชะลอการเพิ่มจำนวนประชากร รวมทั้งมีมาตรการรักษาระดับการเพิ่มของประชากรให้คงที่เหมาะสมและสอดคล้องกับระดับความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
        ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
        ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในขั้นรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทุกคนโดยสาเหตุเกิดจากกระบวนการการผลิตโดยเฉพาะจากโรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งก่อให้เกิดมลพิษ การพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และภัยธรรมชาติ แต่ก็นับว่าน้อยมากถ้าเปรียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การถางป่าเพื่อใช้ดินในการเพาะปลูก การตัดต้นไม้ทำฟืนและถ่าน เพื่อใช้เป็นพลังงานในการหุงต้มแต่เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยควรเริ่มที่ระดับบุคคลและครอบครัวซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม โดยปลูกฝังความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้อง เกี่ยวกับการสงวนรักษาสภาพแวดล้อมการใช้พลังงานทดแทน และการปลูกต้นไม้เพื่อทดแทน รวมทั้งการหาแนวทางรณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไปในระดับชุมชนและระดับประเทศ
        ปัญหายาเสพติด
        สาเหตุของยาเสพติดมาจากความอยากรู้อยากลองของเด็กเอง และไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้ใหญ่ จึงหลงผิดไม่รู้ถึงโทษหรือผลลัพธ์ที่จะเกิดตามมา และสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่ผลักดันให้คนหันไปหายาเสพติด เช่น ครอบครัวแตกยก ความทุกข์ที่เกิดจากความยากไร้ การไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหญ่ๆได้ ทำให้จิตใจอ่อนแอ เมื่อได้รับการชุกจูงให้เสพยาเสพติดเพื่อคลายทุกข์ก็หันเข้าหายากเสพติดทันที ในขณะเดียวกันเหล่ามิจฉาชีพที่มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวก็พยายามผลิตและจำนวนยาเสพติดด้วยกลวิธีหลอกล่อให้คนเสพยาโดยไม่คำนึงถึงโทษที่จะเกิดขึ้นกับคนในสังคมแต่เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการปราบปรามปัญหายาเสพติด โดยการจับกุมทำลายแหล่งผลิตยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และออกกฎหมายเพิ่มโทษผู้ผลิตและผู้ขายอย่างรุนแรงและดำเนินการเพื่อให้เลิกใช้สารเสพติด อนึ่งการบำบัดรักษาต้องได้ความความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสถาบันศึกษา สถาบันทางศาสนาและสถาบันนันทนาการ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ติดยาด้านเงินบริจาคกับสถานบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้สามรถออกเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ติดยาได้อย่างสม่ำเสมอ
      ปัญหาด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
      เศรษฐกิจในสังคมไทยปัจจุบันสิ่งของต่างๆล้วนแล้วมีราคาแพงขึ้นทุกอย่างบวกกับสินค้าที่ส่งออก ทุกอย่างล้วนแล้วมีราคาถูกกว่าต้นทุนทำให้ประชากรชาวสวน และชาวนามีเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในการใช้จ่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับในการดำเนินชีวิตเราควรจะช่วยกันแก้ปัญหาในส่วนนี้โดยการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทำให้เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศมีความมั่นคงและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน
       ปัญหาด้านศิลปวัฒนธรรม
       ปัจจุบันส่วนใหญ่คนไทยเราได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตกมากนเกินไป และหลงใหลในวัฒนธรรมตะวันตกจึงทำให้มองข้ามและหลงลืมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไปจนหมดสิ้นแต่เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการต้องหันหน้ามาร่วมกันในการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไขปัญหา ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและปลูกฝังให้เยาวชนไทยรักในความเป็นไทยและเอกลักษณ์ของตนให้สืบต่อไป 
       
2.จงอธิบายทิศทางใหม่ในการจัดการศึกษาตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 15 ปี ตามที่ท่านมีภูมิรู้และเข้าใจ
ตอบ  สำหรับการจัดการศึกษาตามแผนยุทธ์ศาสตร์ระยะยาว 15 ปี เป็นการนำสาระของการปฎิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติโดยจะเน้นการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้องในระบบการศึกษา เป็นการกระจายอำนาจลงสู่ทุกๆส่วนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันให้มากที่สุด เป็นการผลักดันระบบการศึกษาไปสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ต้องปรับเปลี่ยนระบบและปรับปรุงการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบันและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน

3.ท่านคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่มุ่งพัฒนาให้เกิด "การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย" ได้อย่างไร
ตอบ เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนาทำให้การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่มีความสุขและมีความมั่นคงในความเป็นอยู่

4.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการพัฒนาคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิตให้มีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ มีเป้าหมายและ กรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ 
       เป้าหมาย
            1.เด็กปฐมวัยอายุ 0-5 ปีทุกคน ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมทุกด้านก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษา
            2.เด็กทุกคนจบการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
            3.คนไทยทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปี
            4.มีกำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับต่างๆที่ีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ
            5.มีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย
            6.ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีมีโอกาสได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดในหลากหลายรูปแบบ
            7.มีการจัดบริการทางการศึกษานรูปแบบวิธีการต่างๆทั้งที่เป็นการศึกษาในระบบและนอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มโอกาสและทางเลือกในการศึกษาของประชนทุกคน
        กรอบดำเนินการ
           1.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาและการ เตรียมความพร้อมในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเน้นพ่อแม่ ผู้ปกครอง
           2.ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
           3.จัดบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
           4. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อพัฒนากำลังคนทุกระดับในภาคการผลิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ ความสามารถในทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
           5. ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความหลากหลาย และให้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศและตอบสนองความต้องการชุมชนท้องถิ่น
           6. จัดบริการการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่มีความสามารถพิเศษต่าง ๆ
           7. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเฉพาะทาง
           8. ส่งเสริมมีการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น

5.แนวนโยบายเพื่อดำเนินการและเสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มีเป้าหมายและกรอบดำเนินการอย่างไร
ตอบ 
      เป้าหมาย
          1. มีการบูรณาการด้านการศึกษา ศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรม ทั้งเนื้อหา กระบวนการ และกิจกรรมการเรียนรู้
          2. บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชนองค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน ศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน สังคมอื่นทุกแห่งร่วมคิดและร่วมดำเนินงานเพื่อพัฒนาคนไทยให้มีศีลธรรมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม
          3. คนไทยส่วนใหญ่มีค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามระบบวิถีชีวิตที่ดีงาม
      กรอบดำเนินการ
          1.ปฏิรูปโครงสร้างเนื้อหาของหลักสูตรในทุก ระดับการศึกษาให้มีสาระของความรู้เกี่ยว กับความจริงของชีวิตและธรรมชาติ หลักธรรมของศาสนา คุณธรรม จริยธรรม
          2.ส่งเสริมบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นมีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างศีลธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันดีงาม
          3.บูรณาการการศึกษาและศาสนาเข้าด้วยกันโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นความรู้ และคุณธรรม
          4.ส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ด้วยกระบวนการทางการศึกษาและฝึกอบรม

6.ท่านมีแนวทางในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ทำได้อย่างไร
ตอบ การพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้นั้นโดยต้องส่งเสริมให้บุคคล และสมาชิกในชุมชน สังคม ให้เกิดการเรียนรู้โดยผ่านทางสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ จนสามารถสร้างความรู้ ทักษะ ระบบการจัดการความรู้และระบบการเรียนรู้ที่ดี มีการถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนในสังคมทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์ และเกิดภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคมมีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอตลอดชีวิตจนสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ของคนทุกคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นการเรียนรู้เพื่อให้บุคคลในสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปในทางที่ดี

 7.การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน ท่านเข้าใจว่าอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาคน คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในชุมชน การสร้างโอกาสให้คน ครอบครัว ชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และสังคม การพัฒนาระบบความมั่นคงทางสังคม เพื่อสร้างหลักประกันด้านต่างๆ แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง การเสริมสร้างขีดความสามารถ ในระบบอำนวยความยุติธรรม และระบบความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้แก่ประชาชน และการส่งเสริมให้วัฒนธรรม มีบทบาทในการพัฒนาคน และประเทศให้สมดุล และยั่งยืนถ้ามีสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดีก็จะทำให้การดำรงชีวิตในสังคมมีความเจริญก้าวหน้าและจะพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

8.การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศมีเป้าหมายและกรอบการดำเนินการอย่างไร
ตอบ 
      เป้าหมาย
           1.มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง
           2.ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และสามารถใช้เพิ่มพูนความรู้และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
     กรอบการดำเนินงาน
           1.ส่งเสริมหน่วยงานทุกระดับและสถานศึกษาทุกแห่งให้มีระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
           2.ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และ เพิ่มคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
           3.ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ใช้ และผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีจิตสำนึก จรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบ และผลิต สื่อเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพ
           4.พัฒนาผู้รับและผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกสรร กลั่นกรอง และใช้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ

9.แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีอะไรบ้าง
ตอบ แนวทางการบริหารเพื่อนำสู่แผนการปฏิบัติ มีขั้นตอนดังนี้
           1.จัดเตรียมและพัฒนากลไลการนำแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติ
           2.จัดทำกรอบและแนวปฏิบัติของแผน
           3.ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ที่สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ
           4.พัฒนาระบบและกลไกการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลแผน
           5. การประเมินผลแผน

10. การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินอย่างไร
ตอบ การประเมินผลแผนการศึกษาแห่งชาติ มีขั้นตอน และกระบวนการประเมินดังนี้
           1.ขั้นเตรียมความพร้อม ได้แก่ การประเมินความรู้ความเข้าใจสาระของแผน ความพร้อมขององค์กรและกลไกตามโครงสร้างการบริหารของแผน 
           2.ขั้นประเมินกระบวนการปฏิบัติ ได้แก่ กระบวนการจัดทำกรอบแนวทางของแผนพัฒนาและแผนปฏิบัติ

           3.ขั้นประเมินผลผลิต ผลลัพธ์ และผลประโยชน์ ที่เกิดกับประชาชนว่าเป็นไปตามเป้าหมาย เจตนารมย์เพียงใด

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 6

สรุปเนื้อหา กลุ่มที่ 2 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

         เด็กที่มีสิทธิไดรับการคุมครองตาม พ.ร.บ.คุมครองเด็ก คือบุคคลที่มีอายุต่ํากวา 18 ป บริบูรณ แตไมรวมถึงผูที่บรรลุนิติภาวะดวยการสมรส (มาตรา 4) การสมรสตองมีการจดทะเบียนสมรสโดยชอบดวยตาม ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยหากเปนการสมรสโดยพฤตินัยไมอยูในความหมายนี้
         หมวด ๑ คณะกรรมการคุมครองเด็ก 
         กําหนดใหมีการจัดตั้งคณะกรรมการคุมครองเด็กแหงชาติขึ้น มีอํานาจและหนาที่ที่สําคัญ คือการ เสนอความเห็นตอรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะหคุมครองสวัสดิ ภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กรวมถึงการใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานแกหนวยงานของรัฐและ เอกชนที่ปฏิบัติงานดานการศึกษา การสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก นอกจากนี้ยัง มีอํานาจตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและ ฟนฟู สถานพินิจ หรือสถานที่ที่เกี่ยวของกับการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็กทั้ง ของรัฐและเอกชน 
         นอกจากนี้ยังไดกําหนดใหมีคณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการ คุมครองเด็กจังหวัด เพื่อกระจายการดูแลใหเปนไปอยางทั่วถึง โดยมีอํานาจและหนาที่ที่สําคัญ คือ เสนอความเห็น ตอคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และ สงเสริมความประพฤติเด็ก การใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานกับหนวยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวของ การติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดําเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะหและสงเสริมความประพฤติเด็กแลว รายงานผลตอคณะกรรมการ

          หมวด ๒ การปฏิบัติตอเด็ก 
          การปฏิบัติตอเด็กไมวาในกรณีใดตองคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปนสําคัญและไมใหมีการ เลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรม และในพ.ร.บ. ฉบับดังกลาวยังไดกําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการปฏิบัติตอเด็ก โดยสรุปสาระสําคัญดังนี้
              - ผูปกครองตองใหการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและพัฒนาเด็กที่อยูในความปกครองตาม สมควรแกขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแหงทองถิ่นรวมถึงการคุมครองสวัสดิภาพของเด็กมิใหเกิด อันตรายแกกายหรือจิตใจ และผูปกครองตองไมทอดทิ้งหรือละทิ้งเด็กไวหรือละเลยไมดูแลเด็ก               -ใหพนักงานเจาหนาที่ที่พ.ร.บ.ฉบับนี้กําหนดมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กที่อยูในเขตพื้นที่ รับผิดชอบ รวมถึงดูแลตรวจสอบสถานที่ตางๆ ที่เกี่ยวของตามที่กฎหมายกําหนด 
          นอกจากนี้ยังกําหนดมาตรการตางๆ ที่สําคัญเพื่อคุมครองเด็กทั้งทางดานรางกาย จิตใจ ชื่อเสียง หรือสิทธิประโยชนอื่นของเด็ก เชน หามบุคคลใดกระทําการอันเปนการทารุณกรรมเด็ก, หามบุคคลใดบังคับ ขูเข็ญ สงเสริมหรือยินยอมใหเด็กประพฤติตนไมสมควรหรือเสี่ยงตอการกระทําผิดในดานตางๆเปนตนและเพื่อประโยชน ในการปฏิบัติตามพ.ร.บ. ฉบับดังกลาวนี้ จึงไดกําหนดใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจและหนาที่พิเศษบางประการ เชน อํานาจในการตรวจคนสถานที่, มีหนังสือเรียกบุคคลมาใหถอยคํา,เรียกใหสงเอกสารหรือหลักฐานตางๆ เปน ตน

          หมวด ๓ การสงเคราะหเด็ก 
          ในหมวดนี้ไดกําหนดลักษณะของเด็กที่พึงไดรับการสงเคราะหไวและกําหนดหลักเกณฑ วิธีการ สงเคราะหเด็ก โดยการสงเคราะหในเบื้องตนเปนการกําหนดสถานที่อยูของเด็กซึ่งตองพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อใหการชวยเหลือ สงเคราะห พัฒนาและฟนฟูตอไป โดยตองมีการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับตัวเด็กและ ครอบครัวเพื่อหาวิธีการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพเด็กที่เหมาะสมโดยคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็กเปน สําคัญ

          หมวด ๔ การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 
          กําหนดลักษณะของเด็กที่พึงไดรับการคุมครองสวัสดิภาพ โดยในกรณีมีการกระทําทารุณกรรมตอ เด็กใหเจาหนาที่มีอํานาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวและตองรีบจัดใหมีการตรวจรักษาทางรางกายและจิตใจ หลังจากนั้นตองจัดใหเด็กอยูในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อหาวิธีการคุมครองสวัสดิภาพเด็กตอไป สวนในกรณีที่พบเห็น เด็กที่เสี่ยงตอการกระทําผิด เจาหนาที่ตองดําเนินการหาขอเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็กและครอบครัว ถาเห็นวาเด็ก จําเปนตองไดรับการคุมครองสวัสดิภาพหรือเห็นวาจําเปนตองไดรับการสงเคราะหเจาหนาที่ก็ตองดําเนินการจัดให มีการคุมครองสวัสดิภาพหรือการสงเคราะหตอไป ในกรณีที่มอบตัวเด็กใหแกผูปกครองหรือบุคคลที่ยินยอมรับเด็ก ไปปกครองดูแลอาจมีการแตงตั้งผูคุมครองสวัสดิภาพแกเด็กและอาจมีการวางขอกําหนดเพื่อปองกันมิใหเด็กมี ความประพฤติเสียหายหรือเสี่ยงตอการกระทําผิด

          หมวด ๕ ผูคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 
          กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการแตงตั้งผูคุมครองสวัสดิภาพเด็กเพื่อกํากับดูแลเด็ก โดยอาจ แตงตั้งจากพนักงานเจาหนาที่ นักสังคมสงเคราะห หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสม นอกจากนี้ยังไดมี การกําหนดหามมิใหบุคคลที่เกี่ยวของเปดเผยภาพหรือขอมูลใดๆ เกี่ยวกับเด็กหรือผูปกครองในลักษณะที่นาจะเกิด ความเสียหายแกเด็กหรือผูปกครอง

          หมวด ๖ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพและ สถานพัฒนาและฟนฟู 
          กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถาน คุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟู และใหเจาหนาที่ที่กําหนดไวทําหนาที่กํากับดูแลและสงเสริม สนับสนุนการดําเนินงานของสถานที่ดังกลาว นอกจากนี้ยังตองมีผูปกครองสวัสดิภาพเปนผูปกครองดูแลและบังคับ บัญชา ซึ่งไดมีการกําหนดเกี่ยวกับอํานาจและหนาที่ของผูปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ, ผูปกครองสวัสดิ ภาพของสถานสงเคราะห, ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานคุมครองสวัสดิภาพและผูปกครองสวัสดิภาพของสถาน พัฒนาและฟนฟู โดยมุงเนนใหเด็กเปนศูนยกลาง

          หมวด ๗ การสงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา 
          โรงเรียนและสถานศึกษาตองจัดใหมีระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวใหคําปรึกษาและ ฝกอบรมแกนักเรียน นักศึกษาและผูปกครองเพื่อสงเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบตอสังคม และ ความปลอดภัยแกนักเรียนและนักศึกษา และยังใหอํานาจแกเจาหนาที่ในการดําเนินการเพื่อสงเสริมความประพฤติ ของนักเรียนและนักศึกษา เชน การสอบถามครู อาจารยเกี่ยวกับความประพฤติของเด็ก, แนะนําหรือตักเตือน ผูปกครองเกี่ยวกับการดูแลเด็ก และสอดสองดูแลพฤติกรรมของบุคคลหรือแหลงชักจูงเด็กใหประพฤติในทางมิชอบ เปนตน

         หมวด ๘ กองทุนคุมครองเด็ก 
         ใหจัดตั้งกองทุนคุมครองเด็ก เพื่อเปนทุนใชจายในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และ สงเสริมความประพฤติเด็ก โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนเปนผูบริหารจัดการกองทุน นอกจากนี้ยังกําหนดให มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน ทําหนาที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการ ดําเนินงานของกองทุน แลวรายงานผลการปฏิบัติงานพรอมทั้งขอเสนอแนะตอคณะกรรมการ

         หมวด ๙ บทกําหนดโทษ
         กําหนดโทษทางอาญาแกบุคคลผูกระทําการฝาฝนบทบัญญัติตางๆ ตามที่พ.ร.บ. ฉบับนี้ไดกําหนด ไว ทั้งนี้เพื่อใหกฎหมายฉบับนี้ใชบังคับไดจริงและบรรลุผลตามความมุงหมายนั้นเอง

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 5

ตอบคำถามต่อไปนี้ (1-3 พ.ร.บ.ภาคบังคับ, 4 พ.ร.บ.บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ) 

1.เหตุผลทำไมต้องประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545

     ตอบ    เพราะว่า กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้กำหนดให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปี โดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็บเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่จะสอบได้ชั้นที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว

2.ท่านเข้าใจความหมายตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 อย่างไร
  ก. ผู้ปกครอง  ข.เด็ก  ค.การศึกษาภาคบังคับ  ง. องค์กรปกครองส่วนท้องุถิ่น

     ตอบ     
          ก. ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดามารดา หรือบิดา หรือมารดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหมายรวมถึงบุคคลที่เด็กอยู่ด้วยเป็นประจำ 
          ข. เด็ก หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่เด็กที่สอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับแล้ว
          ค. การศึกษาภาคบังคับ หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงชั้นปีที่เก้าของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
          ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสถานศึกษาอยู่ในสังกัด

3.กรณีผู้ปกครองไม่ส่งเข้าเรียนตามที่กฎหหมายฉบับนี้กำหนดจะต้องถูกลงโทษ อย่างไร และถ้าเด็กไม่สามารถเข้ารับการศึกษาใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการผ่อนผันเด็ก เข้าเรียน

     ตอบ    เจ้าหน้าที่รายงานต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พบเด็กในสถานที่นั้น เพื่อดำเนินการให้เด็กเข้าเรียนในสถานศึกษานั้น และหากผู้ปกครองไม่ส่งเด็กเข้าเรียนตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ต้องระวางโทษไม่เกินหนึ่งพันบาท

4. ให้นักศึกษาสรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการอ่านพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ

     ตอบ   พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ. ๒๕๔๖ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี สรุปประเด็นสำคัญได้ว่า พระราชบัญญัติได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ องค์กรต่าง ๆ  ในการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ โดยการกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

อนุทินที่ 4

แบบฝึกหัดบทที่ 3

1. นักศึกษาอธิบายคำนิยามต่อไปนี้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542
            กการศึกษา
 ตอบ กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลง ความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
 ตอบ การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
การศึกษาตลอดชีวิต
 ตอบ การศึกษาที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยเกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย
มาตรฐานการศึกษา
ตอบ ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสำหรับส่งเสริมและกำกับดูแล การตรวจสอบ การประเมิน และการประกันคุณภาพทางการศึกษา
การประกันคุณภาพภายใน
ตอบ การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจากภายใน โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือหน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษานั้น
การประกันคุณภาพภายนอก
ตอบ ประเมินคุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าวรองรับ เพื่อเป็นการประกันคุณภาพ และให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษา
ผู้สอน
ตอบ ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ
ครู
ตอบ บุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
คณาจารย์
ตอบ บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาและระดับปริญญาของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารสถานศึกษา
ตอบ บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ละแห่งทั้งของรัฐและเอกชน
ผู้บริหารการศึกษา
ตอบ บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป
บุคลากรทางการศึกษา
ตอบ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่างๆ

2. ความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษานี้อย่างไรบ้างให้อธิบาย
          ตอบ
            ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษา
                  การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
หลักการจัดการศึกษา
       (1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
       (2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
       (3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

3. หลักการจัดการศึกษาประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
         ตอบ  หลักการจัดการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน, สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และ การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
4. การจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ตามที่กฎหมายกำหนดมีอะไรบ้าง
         ตอบ  
            (1) มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติ
(2) มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(3) มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา
(4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
(5) ระดมทรัพยากร จากแหล่งต่างๆ มาใช้ในการจัดการศึกษา
(6) การมีส่วนร่วม ของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
5. สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา ที่กำหนดไว้ในกฎหมายมีอะไรบ้าง
ตอบ
1. การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างทั่วถึง (Education for all) มีคุณภาพ (Educational Quaality) และไม่เก็บค่าใช้จ่าย (Free Education)
2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามารถพิเศษ มีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ
3. พ่อแม่ ผู้ปกครอง บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน สถานประกอบการ สถาบันศาสนาและสถาบันอื่นๆ มีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่บุตรหลานของตนหรือบุคคลทั่วไป ผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานดังกล่าวมีสิทธิได้รับการสนับสนุนและเงินอุดหนุนจากรัฐ รวมทั้งได้รับการลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษี ตามที่กฎหมายกำหนด
6. ระบบการศึกษามีกี่รูปแบบแต่ละรูปแบบมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
การศึกษาในระบบ คือ การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
การศึกษานอกระบบ คือ การศึกษาที่มีการจัดหลักสูตร ระยะเวลาในการเรียนและการวัดและประเมินผลยืดหยุ่นสอดคล้องกับสภาพและความต้องการของผู้เรียน โดยไม่เป็นการจำกัด อายุ รูปแบบการเรียนการสอนหรือสถานที่
การศึกษาตามอัธยาศัย คือ เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่นๆ
7. การจัดการศึกษาในระบบมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษาในระบบแบ่งเป็น 2 ระดับคือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาระดับอุดมศึกษา สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะเรียกชื่อเป็นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรืออย่างอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง การศึกษาระดับอุดมศึกษา มี 2 ระดับคือ ระดับปริญญาและต่ำกว่าปริญญา
8. สถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคลเป็นอย่างไร
ตอบ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ต้องการให้มีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ การบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการบริหารงานทั่วไป ไปยังสถานศึกษาเพื่อให้สถานศึกษามีความคล่องตัว เป็นอิสระ สามารถบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการบริหารจัดการ โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management)
การกำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีฐานะเป็นนิติบุคคล จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความเป็นอิสระ สามารถบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาได้สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพได้
สถานศึกษาที่ไม่เป็นนิติบุคคล ได้แก่
1. สถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 
3. สถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 
4. สถานศึกษาสังกัดส่วนราชการอื่น 
5. สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
6. วิทยาลัยชุมชน 
7. โรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ

9. แนวทางการจัดการศึกษามีหลักยึดอะไรบ้าง
ตอบ 
1. ยึดหลักว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ให้ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด และต้องให้แต่ละคนสามารถพัฒนาตามความถนัด ความสนใจและเต็มศักยภาพของเขา
2. เนื้อหาสาระของการศึกษาทุกระบบทุกรูปแบบ ต้องเน้นความรู้คู่คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ โดยบูรณาการ (ผสมผสานตามความเหมาะสมของระดับการศึกษา
3. เนื้อหาสาระของวิชาความรู้ที่ต้องไปกำหนดหลักสูตรและจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้
(1) ความรู้เกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์เรื่องการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดารงชีวิตอย่างมีความสุข
4. การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดาเนินการดังนี้
(1) จัดเนื้อหาและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน
(2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติ ให้ทำได้ คิดเป็น ทาเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ทุกวิชา
(6) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียน
(7) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
5. รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬา และนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ
6. ให้สถานศึกษาจัดประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
7. ให้สถานศึกษาใช้วิธีการหลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อ และให้นำผลการประเมินผู้เรียนในระดับก่อนนั้นมาพิจารณามาประกอบด้วย
8. หลักสูตรแกนกลางของการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดโดยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและให้สถานศึกษาจัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหา ในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
9. หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลที่บกพร่องทางร่างกาย คนพิการ และบุคคลที่มีความสามารถพิเศษ ต้องมีลักษณะที่หลากหลาย ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
10. สาระของหลักสูตร ที่เป็นวิชาการและวิชาชีพ มุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม และหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม

10. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่กำหนดให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ทั้งรัฐและเอกชนจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ
             ตอบ เห็นด้วย เพราะ ใบประกอบวิชาชีพ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า มีความเหมาะสมที่จะเป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องมีความสนใจและใฝ่หาความรู้ เพื่อนำมาสั่งสอนศิษย์ให้เป็นคนดีต่อไป และตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542 ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า “ให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้หารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่นทั้งของรัฐและเอกชนต้องมีใบประกอบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด”
11. มีวิธีการระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาในท้องถิ่นของท่านได้อย่างบ้าง
             ตอบ  
                1. บริจาคทรัพย์สิน และทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจำเป็น
                2. การอุดหนุนและใช้มาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีตามความเหมาะสมและความจำเป็น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
                3. จัดสรรทุนการศึกษาในรูปของทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย ตามความเหมาะสมและความจำเป็น
                4. จัดสรรกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้สถานศึกษาเอกชน เพื่อให้พึงตนเองได้
12. การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา มีวิธีการพัฒนาได้อย่างไร
            ตอบ
            1. จัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยการทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจาเป็น
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
3. ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
4. ให้ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอ ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
5. ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย